ประวัติความเป็นมาของกลุ่มผู้ค้าเครื่องใช้ในสำนักงาน

กลุ่มผู้ค้าเครื่องใช้ในสำนักงาน ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในราวปี พุทธศักราช 2514 โดยการรวมตัวกันของร้านค้าจังหวัดต่างๆ ที่จำหน่ายเครื่องเขียน เครื่องใช้สำนักงานและครุภัณฑ์ ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายครุภัณฑ์สำนักงาน (เครื่องพิมพ์ดีดโอลิมเปีย) ซึ่งในสมัยนั้นเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทย-อังกฤษ มีความสำคัญมากในการทำธุรกิจซื้อขาย ร้านค้าที่ได้เริ่มก่อตั้งกลุ่มฯ มีจำนวน 7 ร้านค้า ดังนี้

  1. ร้านอมรชัยพิมพ์ดีด จังหวัดนครปฐม โดยนายธงชัย อมรสุติ (เลิกกิจการไปแล้ว/ไม่มีทายาทสืบทอด)
  2. ร้านพร้อมภัณฑ์ จังหวัดราชบุรี โดยนายกำพล ใช้พระคุณ (เลิกกิจการไปแล้ว/ไม่มีทายาทสืบทอด)
  3. ร้านเฮ้งง่วนฮง จังหวัดสระบุรี โดยนายสุข สุทัดณ์วานิช (ปัจจุบันคือ ร้านสบายใจค้าส่งโดยนางสาววิไล สุทัดณ์วานิช)
  4. ร้านสมบูรณ์วิทยาภัณฑ์ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยนายสมบูรณ์ รัตนโภคาสถิต (ปัจจุบันคือ ร้านร้อยเอ็ดเรือง ตระกูล)
  5. ร้านศึกษาภัณฑ์ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดยนายประคุณ ประคุณสุขใจ (ปัจจุบันคือ บริษัท ศึกษา ภัณฑ์ขอนแก่น จำกัด โดยนายประสม ประคุณสุขใจ)
  6. ร้านภราดร จังหวัดลำปาง โดยนายไพบูลย์ ชีวรัตนาพันธ์ (ปัจจุบันคือ ร้านรัตนาพันธ์ โดยนายสุเรนทร์ ชีวรัตนาพันธ์)
  7. ร้านสวัสดีพาณิชย์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยนายสวัสดิ์ ประหยัดรัตน์ (ปัจจุบันคือ บริษัท สวัสดีเอ็ดดูเคชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด โดยนางสาวนฤมล ประหยัดรัตน์)

ร้านค้าทั้ง 7 ท่าน ได้นัดพบปะพูดคุยกันถึง ความไม่ยุติธรรมทางการค้าระหว่างบริษัทผู้ผลิต ซัพพลาย เออร์ กับร้านค้าในกรุงเทพและต่างจังหวัด จึงได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม ใช้ชื่อเรียกว่า “กลุ่มผู้ค้าเครื่องใช้ในสำนักงาน” ขึ้น และการดำเนินการในเริ่มแรกคือ เชิญชวนเพื่อนร้านค้าในต่างจังหวัด ซึ่งประกอบธุรกิจการค้าประเภทเดียวกัน เข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่ม เพื่อความมั่นคงและมีอำนาจในการดำเนินการด้านการค้าในโอกาสข้างหน้า โดยมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการจัดตั้ง “กลุ่มผู้ค้าเครื่องใช้ในสำนักงาน” ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อให้สมาชิกได้พบสังสรรค์ ปรึกษาพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้า
  2. เพื่อรวมกันสั่งซื้อสินค้า ทำให้ได้สินค้าราคาถูกกว่าการซื้อขายทั่วไป
  3. เพื่อสมาชิกได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในด้านธุรกิจ ด้านความสัมพันธ์และมิตรภาพ
  4. เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก
  5. เพื่อการทัศนาจรและเยี่ยมเยียนสมาชิกในกลุ่มฯ

กลุ่มผู้ค้าเครื่องใช้ในสำนักงาน ได้ก่อตั้งขึ้นมาโดยบรรพบุรุษตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2514 จวบจนถึง พุทธศักราช 2561 (47 ปี) ได้มีร้านค้าสมาชิกกลุ่มฯ ในทุกภาคของประเทศรวม 68 ร้านค้าสมาชิก

ลำดับการดำรงตำแหน่งของประธานกลุ่มผู้ค้าเครื่องใช้ในสำนักงาน ปี พ.ศ. 2514 – ปี พ.ศ. 2561

  1. นาย ธงชัย อมรสุติ
    ร้านอมรชัยพิมพ์ดีด จังหวัดนครปฐม
  2. นาย กำพล ใช้พระคุณ
    ร้านพร้อมภัณฑ์ จังหวัดราชบุรี
  3. นาย ศุภวัตร ภูวกุล
    ร้านรัตนผล จังหวัดเชียงใหม่
  4. นาย ไพบูลย์ ชีวรัตนาพันธ์
    ร้านภราดร จังหวัดลำปาง
  5. นาย สวัสดิ์ ประหยัดรัตน์
    ร้านสวัสดีพาณิชย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  6. นาย ไพศาล มานะศิลป์
    บริษัท คลังพลาซ่า จำกัด จังหวัดนครราชสีมา
  7. นาย ประคุณ ประคุณสุขใจ
    ร้านศึกษาภัณฑ์ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
  8. นาย วัฒนชัย ภูวกุล
    หสม.รัตนผล จังหวัดเชียงใหม่
  1. นาย จงจรัส ลัภยานุกูล
    ร้านโชคชัยวิทยา จังหวัดเพชรบุรี
  2. นาง สาววิไล สุทัดณ์วานิช
    ร้านสบายใจค้าส่ง จังหวัดสระบุรี
  3. นาย สุเมธ เจนไชยวัฒน์
    บริษัท อุดรศึกษา จำกัด จังหวัดอุดรธานี
  4. นาง สาวนฤมล ประหยัดรัตน์
    บริษัท สวัสดีเอ็ดดูเคชั่นเซ็นเตอร์ จำกัด จังหวัดบุรีรัมย์
  5. นาย เดชาธร จงจรัสพร
    ร้าน ข.ไข่เครื่องเขียน จังหวัดกาญจนบุรี
  6. นาง สาววิไล สุทัดณ์วานิช
    ร้านสบายใจค้าส่ง จังหวัดสระบุรี
  7. นาย กัมพู รุ่งอินทร์
    ร้านมิตต์แท้ จังหวัดพิจิตร

แหล่งข้อมูล:

  • นายจงจรัส ลัภยานุกูล ร้านศึกษาภัณฑ์เพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
  • นางสาววิไล สุทัดณ์วานิช ร้านสบายใจค้าส่ง จังหวัดสระบุรี

ข้อบังคับ
กลุ่มผู้ค้าเครื่องใช้ในสำนักงาน


หมวดที่ 1
บททั่วไป

ข้อ 1 ชื่อของกลุ่ม กลุ่มนี้มีชื่อว่า กลุ่มผู้ค้าเครื่องใช้ในสำนักงาน มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "The Union of Office Machine Dealer"

ข้อ 2 เครื่องหมายของกลุ่มผู้ค้าเครื่องใช้ในสำนักงาน คือ

กลุ่มผู้ค้าเครื่องใช้ในสำนักงาน

หมวดที่ 2
วัตถุประสงค์

ข้อ 3 วัตถุประสงค์ของกลุ่มฯ

ข้อ 3.1 เพื่อพบปะสังสรรค์และเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างสมาชิก
ข้อ 3.2 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในด้านการค้าซึ่งกันและกัน
ข้อ 3.3 เพื่อความยุติธรรมในเรื่องราคาสินค้าของบริษัทผู้ประกอบการต่างๆ ที่จำหน่ายให้แก่สมาชิก
ข้อ 3.4 ต่อต้านการเอาเปรียบในจริยธรรมทางธุรกิจของบริษัทต่างๆ ที่จำหน่ายให้แก่สมาชิก
ข้อ 3.5 รวมกันสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก เป็นครั้งคราวในราคาพิเศษ
ข้อ 3.6 ให้ความช่วยเหลือทางการค้าซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก
ข้อ 3.7 ไม่ดำเนินการใดๆ อันเกี่ยวข้องกับการเมือง

หมวดที่ 3
สมาชิกและสมาชิกภาพ

ข้อ 4 ประเภทของสมาชิก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

ข้อ 4.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ เป็นสมาชิกเก่า โดยคณะกรรมการบริหารเชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
ข้อ 4.2 สมาชิกสามัญ

ข้อ 5 การรับสมาชิกสามัญ

สมาชิกสมัครใหม่ จะต้องมีสมาชิกของกลุ่มฯ รับรองอย่างน้อย 2 ท่าน โดยกลุ่มฯ จะถือหลักเกณฑ์ในการ พิจารณาดังนี้
ข้อ 5.1 เป็นสมาชิกเดิมแนะนำ เสนอชื่อให้คณะกรรมการกลุ่มฯ พิจารณา
ข้อ 5.2 ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกลุ่มฯ
ข้อ 5.3 ต้องชำระค่าบำรุงกลุ่มฯ และเงินทุนกองกลางให้เรียบร้อย

ข้อ 6 คุณสมบัติของสมาชิกสามัญ

ข้อ 6.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
ข้อ 6.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือบุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
ข้อ 6.3 ต้องเป็นเจ้าของหรือผู้จัดการบริษัท ห้าง ร้าน ซึ่งจำหน่ายเครื่องเขียนแบบเรียน เครื่องใช้สำนักงาน
ข้อ 6.4 ไม่มีมลทินมัวหมองในทางการค้า และทางการเงิน อันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียให้แก่กลุ่มฯ
ข้อ 6.5 มีอำนาจในการสั่งซื้อสินค้า และชำระเงินโดยเต็ม

ข้อ 7 การพ้นจากสมาชิกภาพ

ข้อ 7.1 ถึงแก่กรรมโดยไม่มีทายาท
ข้อ 7.2 ลาออก
ข้อ 7.3 มติของคณะกรรมการเกินกว่า 3 ใน 4 ของกรรมการฯ ที่ร่วมประชุมให้ออก
ข้อ 7.4 ไม่ชำระค่าบำรุงกลุ่มฯ ประจำปี (เป็นเวลา 1 ปี)
ข้อ 7.5 เปิดเผยความลับในเรื่องการเสนอราคาของกลุ่มฯ
ข้อ 7.6 เข้าประชุมต่ำกว่า 2 ครั้งในรอบปี โดยไม่มีหนังสือหรือเอกสารชี้แจง
ข้อ 7.7 สร้างความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียงให้แก่กลุ่มฯ

หมวดที่ 4
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 8 สิทธิของสมาชิก

ข้อ 8.1 เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อกลุ่มฯ หรือคณะกรรมการในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุประสงค์ของ กลุ่มฯ เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของกลุ่มฯ
ข้อ 8.2 เข้าร่วมประชุม/อภิปราย/แสดงความคิดเห็น/ซักถามกรรมการ/เสนอญัตติในการประชุมให้สมาชิกกลุ่มฯ
ข้อ 8.3 สมาชิกมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนน และหรือลงมติในการประชุม และมีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ
ข้อ 8.4 มีสิทธิในการสั่งซื้อสินค้าราคาพิเศษ/โปรโมชั่นของบริษัทต่างๆ ที่กลุ่มฯ จัดกิจกรรม

ข้อ 9 หน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 9.1 ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของกลุ่มฯ มติของการประชุมใหญ่ มติของคณะกรรมการและหน้าที่ซึ่งตนได้รับ มอบหมายจากกลุ่มฯ ด้วยความซื่อสัตย์โดยเคร่งครัด
ข้อ 9.2 ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้เสียของกลุ่มฯ ตลอดจนต้องรักษาความลับในข้อประชุม หรือ วิธีการของกลุ่มฯ ไม่เปิดเผยข้อความซึ่งอาจจะนำความเสียหายเสื่อมเสียมาสู่กลุ่มฯ โดยเด็ดขาด
ข้อ 9.3 ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของกลุ่มฯ ให้เจริญรุ่งเรืองและมีความก้าวหน้าอยู่เสมอ
ข้อ 9.4 ต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีธรรมระหว่างสมาชิก
ข้อ 9.5 ชำระค่าบำรุงให้แก่กลุ่มฯ ตามกำหนด

หมวดที่ 5
เงินทุนกองกลางและค่าบำรุงกลุ่มฯ

ข้อ 10 เงินทุนกองกลาง

ข้อ 10.1 สมาชิกทุกๆ ท่านจะต้องวางเงินเข้าเป็นกองทุนกลางท่านละ 50,000.00 บาท (ห้าหมื่นบาท) เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับใช้ในการสั่งซื้อสินค้าให้แก่สมาชิก โดยทางกลุ่มฯ จะออกใบสำคัญรับเงินให้ไว้เป็น หลักฐาน
ข้อ 10.2 เมื่อมีสมาชิกท่านใดลาออก หรือพ้นจากสมาชิกภาพ ทางกลุ่มฯ จะคืนเงินดังกล่าวตามจำนวนเงินที่ วางไว้ หลังจากได้หักหนี้สินต่างๆ ที่ติดค้างกลุ่มฯ เรียบร้อยแล้ว

ข้อ 11 ค่าบำรุงกลุ่มฯ ประจำปี

ข้อ 11.1 สมาชิกทุกๆ ท่านจะต้องชำระค่าบำรุงปีละ 12,000.00 บาท (หนึ่งหมื่นสองพันบาท) ในการประชุม ครั้งแรกของปี หรือวันที่ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิก เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกลุ่มฯ และเป็นค่าอาหารใน การประชุม
ข้อ 11.2 สมาชิกมิอาจเรียกร้องขอคืนเงินดังกล่าวจากกลุ่มฯ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

หมวดที่ 6
การดำเนินงานของคณะกรรมการกลุ่มฯ

ข้อ 12 คณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหารกลุ่มฯ จำนวนไม่น้อยกว่า 11 คน ประกอบด้วย
ข้อ 12.1 ประธานกลุ่มฯ 1 คน
ข้อ 12.2 รองประธานกลุ่มฯ 4 คน
ข้อ 12.3 เลขาธิการกลุ่มฯ 1 คน
ข้อ 12.4 ผู้ช่วยเลขาธิการกลุ่มฯ 1 คน
ข้อ 12.5 เหรัญญิกกลุ่มฯ 1 คน
ข้อ 12.6 ผู้ช่วยเหรัญญิกกลุ่มฯ 1 คน
ข้อ 12.7 กรรมการประสานงานภาค อย่างน้อยภาคละ 1 ท่าน
ข้อ 12.8 คณะกรรมการส่วนที่เหลือเป็นกรรมการ และทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ประสานงานและบริหารงานกลุ่มฯ ตามนโยบายที่วางไว้

ข้อ 13 การเลือกคณะกรรมการบริหารและระยะเวลา

คณะกรรมการบริหารชุดหนึ่งอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยสมาชิกจะเป็นผู้เลือกประธานโดยวิธีลงบัตรคะแนนเสียงเป็นการล่วงหน้าก่อนวาระหมดลง 2 เดือนและให้ประธาน กลุ่มฯ คัดเลือกสมาชิกเป็นกรรมการบริหารฯ แต่ประธานกลุ่มฯ จะดำรงตำแหน่งเกินกว่า 2 สมัยติดต่อกันมิได้

ข้อ 14 การพ้นจากตำแหน่งกรรมการ

กรรมการของกลุ่มย่อมพ้นจากตำแหน่งกรรมการ ดังต่อไปนี้
ข้อ 14.1 ครบกำหนดออกตามวาระ
ข้อ 14.2 ลาออกจากกรรมการ โดยคณะกรรมการได้ลงมติอนุมัติแล้ว
ข้อ 14.3 ขาดการเป็นสมาชิกภาพ

หมวดที่ 7
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 15 คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของกลุ่มฯ ตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มฯ และภายใต้ข้อบังคับนี้ ให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

ข้อ 15.1 กำหนดนโยบายของกลุ่มฯ และให้เป็นไปตามนโยบายนั้น
ข้อ 15.2 ดำเนินการให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการ และวัตถุประสงค์ของข้อบังคับนี้
ข้อ 15.3 คณะกรรมการทุกๆ ท่านทำงานเพื่อช่วยเหลือในการจัดซื้อ และแสวงหาสินค้าที่มีคุณภาพดี และเงื่อนไขที่ดีกว่าให้แก่สมาชิก
ข้อ 15.4 คณะกรรมการบริหารทุกๆ ท่านทำงานเสียสละโดยไม่มีเบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุม เงินเดือน และไม่แสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นต่อตนเอง

ข้อ 16 ประธานกลุ่มฯ มีหน้าที่ดำเนินกิจการของกลุ่มฯ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของกลุ่ม และนโยบายของคณะกรรมการกลุ่มฯ เป็นผู้แทนของกลุ่มฯ ในกิจการ/กิจกรรมอันเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ ตลอดจนในที่ประชุมใหญ่ของกลุ่มฯ

ข้อ 17 รองประธานกลุ่มฯ มีหน้าที่ช่วยเหลือกิจการฝ่ายบริหารซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของประธานกลุ่มฯ และกิจการอื่นๆ ซึ่งได้รับมอบหมายจากประธานกลุ่มฯ ตลอดทั้งทำการแทนประธานกลุ่มฯ เมื่อประธานกลุ่มฯ ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ข้อ 18 เลขาธิการกลุ่มฯ มีหน้าที่ดำเนินงานธุรกิจทั้งปวง เก็บรักษาเอกสาร เป็นเลขาธิการในที่ประชุมคณะกรรมการ ตลอดจนในที่ประชุมใหญ่ของกลุ่มฯ และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามข้อบังคับและตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

ข้อ 19 เหรัญญิกกลุ่มฯ มีหน้าที่เก็บรักษาเงิน แจ้งหนี้ รับเงินและจ่ายเงิน จัดทำบัญชีการเงิน ควบคุมการใช้จ่ายเงินและงบประมาณในการดำเนินการต่างๆ ของกลุ่มฯ หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

ข้อ 20 กรรมการอื่นๆ มีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

หมวดที่ 8
การประชุมใหญ่

ข้อ 21 การประชุมใหญ่ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สมาชิกไม่น้อยกว่า 4 ครั้งในรอบปี แต่สำหรับในกรณีที่มีงานรีบด่วน จำเป็นต้องขอมติจากคณะกรรมการบริหารและหรือสมาชิก ก็อาจจะจัดให้มีการประชุมเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษได้

ข้อ 22 การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม คณะกรรมการโดยเลขาธิการจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าว วัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระของการประชุมใหญ่ก่อนกำหนดวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน ให้สมาชิกทุกคนได้ทราบ

ข้อ 23 องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ ในการประชุมใหญ่ของกลุ่มฯ จะต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือเป็นองค์ประชุม

ข้อ 24 ประธานในที่ประชุม ให้ประธานกลุ่มฯ เป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้าประธานกลุ่มไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกลุ่มฯ ทำหน้าที่แทน

ข้อ 25 วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ ให้สมาชิกสามัญมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยมีคะแนนเสียงรายละหนึ่งเสียง การออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ให้ถือปฏิบัติเป็น 2 กรณี คือ

1. โดยวิธีเปิดเผย ให้ใช้วิธีชูมือ
2. โดยวิธีลงคะแนนลับ ให้ใช้วิธีเขียนบัตรลงคะแนน และจะกระทำได้เมื่อคณะกรรมการกลุ่มเห็นสมควรหรือสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ซึ่งเข้าประชุมร้องขอ

ข้อ 26 มติของที่ประชุมใหญ่ นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของ ที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ 27 กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่ มีดังนี้

ข้อ 27.1 รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน
ข้อ 27.2 พิจารณารายงานประจำปี แสดงผลการดำเนินงานในรอบปี
ข้อ 27.3 พิจารณาการอนุมัติเงินต่างๆ
ข้อ 27.4 เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารของกลุ่มฯ ตามที่ครบวาระ
ข้อ 27.5 กิจการอันที่ต้องกระทำโดยมติที่ประชุมใหญ่
ข้อ 27.6 เรื่องอื่นๆ.............

ข้อ 28 การจัดทำรายงาน บันทึกการประชุม รายงานการประชุมคณะกรรมการ การประชุมใหญ่ และการประชุมอนุกรรมการ ให้จดบันทึกไว้ทุกครั้งและต้องเสนอต่อที่ประชุม เพื่อรับรองในคราวที่มีการประชุมครั้งต่อไป

หมวดที่ 9
หมวดการเงินและการบัญชี

ข้อ 29 เหรัญญิกกลุ่มฯ มีหน้าที่เก็บรักษาเงินและจัดทำบัญชีรับ-จ่ายเงินต่างๆ เมื่อกลุ่มได้รับเงินมาไม่ว่าในกรณีใดๆก็ดี ให้นำเงินทั้งหมดฝากเข้าสถาบันการเงินหรือธนาคารในชื่อบัญชีของกลุ่มฯ หรือในชื่อบัญชีตามมติของคณะกรรมการ

ข้อ 30 ต้องทำบัญชีรับ-จ่ายของสมาชิกทุกวาระการประชุมใหญ่ และงบการเงินของกลุ่มฯ ณ สิ้นปี

ข้อ 31 การชำระเงินค่าบำรุงกลุ่มฯ ชำระได้ 2 วิธี ดังนี้

1. ชำระโดยเงินสดในวันประชุม
2. ชำระโดยโอนเงินเข้าบัญชีกลุ่มฯ ตามที่เหรัญญิกแจ้ง ภายในกำหนดชำระ

ข้อ 33 ผู้มีอำนาจเซ็นชื่อในการสั่งจ่ายเงิน

33.1 ให้ประธานกลุ่มฯ,เลขาธิการและเหรัญญิก มีอำนาจหน้าที่ในการเซ็นชื่อสั่งจ่ายเช็คร่วมกัน 2 ใน 3 คน

หมวดที่ 10
การเลิกกิจการกลุ่มฯ การแก้ไขข้อบังคับ

ข้อ 34 การเลิกกิจการกลุ่มฯ

หากกลุ่มผู้ค้าเครื่องใช้ในสำนักงานนี้ มีอันเลิกล้มไปโดยกรณีใดๆ ก็ดี ให้มอบทรัพย์สินให้แก่สภากาชาดไทย เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์

ข้อ 35 การแก้ไขข้อบังคับ

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือตัดทอนข้อบังคับ จะกระทำได้แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ โดยมีคะแนนเสียงไม่ น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุม และจะต้องมีหนังสือแจ้งข้อแก้ไขเพิ่มเติมให้สมาชิกได้ทราบ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน

ข้อ 36 ระเบียบข้อบังคับของกลุ่มฯ ข้างต้นนี้ ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจากเดิม ดังนี้

1. เมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2522 ในการประชุมกลุ่มฯ ครั้งที่ 17 ณ โรงแรมฟลอริด้า กรุงเทพฯ
2. เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2533 ในการประชุมกลุ่มฯ ณ โรงแรมแม่น้ำ เชิงสะพานซังฮี้ กรุงเทพฯ
3. เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 ในการประชุมคณะกรรมการกลุ่มฯ ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ
4. เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2550 ในการประชุมคณะกรรมการกลุ่มฯ ณ โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ กรุงเทพฯ
5. เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ในการประชุมกลุ่มฯ ครั้งที่ 256 ณ โรงแรมชาเทรี่ยม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ
6. เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561 ในการประชุมกลุ่มฯ ครั้งที่ 262 ณ โรงแรมชาเทรี่ยม ริเวอร์ไซต์ กรุงเทพฯ

นายกัมพู รุ่งอินทร์
(ผู้จัดทำข้อบังคับ)
ประธานกลุ่มผู้ค้าเครื่องใช้ในสำนักงาน
วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561